BANNER

980 x 260 px

แพทยศาสตร์ จุฬาฯ แนะการผสมวัคซีนต้องใช้ความรู้เชิงประจักษ์ อย่าให้ใครเสี่ยง


“ … วัคซีนในยามวิกฤตินั้นต้องใช้ความรู้เชิงประจักษ์ หลีกเลี่ยงความเสี่ยง ลดความผิดพลาด

ไม่ใช่เวลามาผสมสูตรเครื่องดื่ม ชงเอง แต่ให้ทุกคนชิม แล้วรับความเสี่ยงไปว่าจะได้ผลอย่างไรในยามวิกฤติ

ที่สำคัญคือควรมีการตรวจสอบเรื่อง conflict of interest ของกลุ่มคนที่ไปให้ input เชิงวิชาการ และอยู่ในกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เกี่ยวข้องกับการจัดสรร และกำหนดเกณฑ์ต่างๆ ในการใช้

ไม่สมควรนำวัคซีนที่บริจาคมา ไปใช้วิจัย เพราะนี่คือยามวิกฤติ ที่ต้องการนำอาวุธไปใช้ทันที”

#ร่วมแรงร่วมใจฝ่ามหันตภัยโควิด

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“วัคซีน Pfizer ฉีดแบบ 2 เข็มให้ครบนั้นถือเป็นมาตรฐานที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีสรรพคุณในด้านการป้องกัน และเป็นที่ยอมรับระดับสากล

กลุ่มประเทศยุโรปหลายประเทศประสบปัญหาการฉีดวัคซีน Astra แล้วมีเคสลิ่มเลือดอุดตันในสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนอายุน้อย จึงมีการหาวัคซีนมาแทน โดยหันมาใช้วัคซีน mRNA อย่าง Pfizer มาเป็นเข็มสอง เราจึงเห็นการใช้ Astra-Pfizer และมีการศึกษาตรวจระดับภูมิคุ้มกันและผลด้านการป้องกันตามมา

ดังนั้นจึงสมควรพิจารณาที่จะใช้วัคซีนที่ได้รับบริจาคมาโดยอิงตามหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่มีทั้งเรื่องภูมิคุ้มกัน และประสิทธิผลในการป้องกัน

"ควรให้ Pfizer 2 เข็มเป็นมาตรฐานให้ครบโดส ไม่ใช่แค่บูสต์เข็มสาม"

สำหรับคนที่อายุน้อยกว่า 60 ปีที่ได้ Astra ไปเข็มแรก ควรให้ Pfizer เป็นเข็มสอง

ส่วนคนอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ใช้ Astra 2 เข็ม ยกเว้นกรณีแพ้ ก็ให้ Pfizer

คนที่เคยฉีดวัคซีนอื่นมา หรือยังไม่เคยได้รับวัคซีน หากเป็นด่านหน้า ก็ควรใช้เกณฑ์เดียวกันกับที่ระบุข้างต้น

วัคซีนในยามวิกฤตินั้นต้องใช้ความรู้เชิงประจักษ์ หลีกเลี่ยงความเสี่ยง ลดความผิดพลาด

ไม่ใช่เวลามาผสมสูตรเครื่องดื่ม ชงเอง แต่ให้ทุกคนชิม แล้วรับความเสี่ยงไปว่าจะได้ผลอย่างไรในยามวิกฤติ

ที่สำคัญคือควรมีการตรวจสอบเรื่อง conflict of interest ของกลุ่มคนที่ไปให้ input เชิงวิชาการ และอยู่ในกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เกี่ยวข้องกับการจัดสรร และกำหนดเกณฑ์ต่างๆ ในการใช้

ไม่สมควรนำวัคซีนที่บริจาคมาไปใช้วิจัย เพราะนี่คือยามวิกฤติ ที่ต้องการนำอาวุธไปใช้ทันที”

ดู 46 ครั้ง0 ความคิดเห็น

BANNER

980 x 260 px