BANNER

980 x 260 px

กยศ. แจง กรณีลูกหนี้ตามคำพิพากษา ผ่อนชำระแล้วเงินต้นไม่ลด


นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของลูกหนี้ทั้ง 2 ราย พบว่า ผู้กู้ยืมรายแรกได้กู้ยืมเงินกองทุนตั้งแต่ปี 2541 มียอดหนี้เงินกู้ทั้งสิ้น 145,600 บาท เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ผู้กู้ได้ชำระหนี้เพียง 3 ครั้ง จำนวนรวม 4,480 บาท ต่อมาในปี 2551 กองทุนจำเป็นต้องดำเนินคดี ซึ่งผู้กู้ยืมได้มาทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลโดยตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือนๆ ละ 1,600 บาท


แต่หลังจากทำสัญญาประนีประนอมยอมความผู้กู้ยืมมิได้ผ่อนชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมแต่อย่างใด ต่อมาหลังจากพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับ กองทุนจึงได้ดำเนินการแจ้งหักเงินเดือนผู้กู้ยืมผ่านองค์กรนายจ้างเพื่อนำมาตัดชำระหนี้ที่ค้าง ปัจจุบันผู้กู้รายนี้มียอดเงินต้นคงเหลือ 144,498 บาท พร้อมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับอีกจำนวนหนึ่ง


สำหรับผู้กู้ยืมรายที่ 2 ได้กู้ยืมเงินกองทุนตั้งแต่ปี 2539 มียอดหนี้เงินกู้ทั้งสิ้น 340,500 บาท เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ผู้กู้ได้ชำระหนี้เพียงครั้งเดียวในปี 2548 จำนวน 2,000 บาท ต่อมาผู้กู้ยืมได้เข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องในปี 2552 แต่ไม่ได้ชำระหนี้เลย จนกระทั่งปี 2561 ผู้กู้ยืมได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลโดยตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือนๆ ละ 6,900 บาท ซึ่งผู้กู้ยืมก็ไม่ได้ชำระหนี้แต่อย่างใด ต่อมากองทุนได้ดำเนินการหักเงินเดือนผู้กู้ยืมผ่านองค์กรนายจ้างเพื่อนำเงินมาตัดชำระหนี้ ปัจจุบันผู้กู้รายนี้มียอดเงินต้นคงเหลือ 338,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเงินที่ได้รับจากการหักเงินเดือนของลูกหนี้ทั้งสองรายได้นำมาตัดชำระเบี้ยปรับและดอกเบี้ยก่อน


แต่เนื่องจากมีการค้างชำระหนี้เป็นระยะเวลานานจึงส่งผลให้เกิดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับค้างจ่ายจำนวนมากทำให้ยังตัดไม่ถึงยอดหนี้เงินต้น ซึ่งกองทุนอยู่ในระหว่างการพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มที่ถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้ ด้วยการเสนอขอแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 เพื่อให้กองทุนสามารถดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้หรือแปลงหนี้ใหม่กับลูกหนี้ตามคำพิพากษาของกองทุน ที่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมสามารถตกลงผ่อนชำระหนี้ให้แก่กองทุน ในจำนวนและระยะเวลาที่สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ได้ในอนาคต